OPPO ชวนครีเอทท่าเต้นเป็นคู่ ใน TikTok Challenge #Reno5ดูโอ้โชว์ซี้ ลุ้นรับ “OPPO Reno5” เริ่มแล้ววันนี้ – 5 ก.พ.เท่านั้น!

ออปโป้ ไทยแลนด์ ชวนสายแดนซ์ครีเอทท่าเต้นแบบแพ็คคู่ใน TikTok Challenge #Reno5ดูโอ้โชว์ซี้ ลุ้นรับ “OPPO Reno5” ที่สุดของวิดีโอ Portrait ให้บันทึกทุกโมเมนต์สุดประทับใจได้ทุกที่ทุกเวลา จำนวน 5 รางวัล (รางวัลละ 2 เครื่อง) และ หูฟัง “OPPO Enco W11” จำนวน 5 รางวัล (รางวัลละ 2 เครื่อง) รวมมูลค่ากว่า 120,000 บาท ซึ่งแคมเปญ TikTok Challenge #Reno5ดูโอ้โชว์ซี้ จะมาช่วยเพิ่มความสนุกแบบแพ็คคู่ด้วยแรงบันดาลใจจากฟีเจอร์วิดีโอของ OPPO Reno5 Series 5G ไม่ว่าจะเป็น Dual-view Video ที่มีทั้งใน OPPO Reno5 และ OPPO Reno5 5G สามารถบันทึกวิดีโอพร้อมกันทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง และฟีเจอร์ AI Mixed Portrait ที่มีเฉพาะใน OPPO Reno5 ซึ่งเป็นครั้งแรกของโลกบนสมาร์ทโฟนที่นำเอาวิดีโอ 2 ตัวมาซ้อนเข้าด้วยกัน เกิดเป็นวิดีโอใหม่ที่มีเอฟเฟกต์ที่สวยงามกว่า พร้อมปลดล็อกทุกจินตนาการให้โชว์ความซี้กับเพื่อนรักให้น่าจดจำกว่าที่เคย และเพื่อตอกย้ำคอนเซปต์ “Picture Life Together” ครั้งนี้ OPPO ชวนสายแดนซ์ดูโอ้มาครีเอทท่าเต้นโชว์ความซี้ใน TikTok Challenge #Reno5ดูโอ้โชว์ซี้ ลุ้นรับ “OPPO Reno5” สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดที่สุดของวิดีโอ Portrait ให้บันทึกทุกโมเมนต์สุดประทับใจได้ทุกที่ทุกเวลา จำนวน 5 รางวัล (รางวัลละ 2 เครื่อง) และ หูฟัง “OPPO Enco W11” จำนวน 5 รางวัล (รางวัลละ 2 เครื่อง) รวมมูลค่ากว่า 120,000 บาท โดยมีกติกาดังนี้ สร้างสรรค์ท่าเต้นแบบเป็นคู่โชว์ความซี้ให้โลกเห็น โดยใช้ทั้ง Effect และ Sound อัดคลิปความยาวไม่น้อยกว่า 15 วินาที บนแอปฯ TikTok โพสต์วิดีโอ พร้อมติด #Reno5ดูโอ้โชว์ซี้ #OPPOReno5Series5G…

พร้อมให้เป็นเจ้าของแล้ววันนี้! ‘Galaxy S21 Series 5G’ พร้อม ‘Galaxy Buds Pro’ และอุปกรณ์ติดตามอัจฉริยะ ‘SmartTag’

สมาร์ทโฟนแฟลกชิปรุ่นใหม่ล่าสุดของซัมซุง Galaxy S21 5G I S21+ 5G I S21 Ultra 5Gพร้อมให้คนไทยได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่กับสมาร์ทโฟนที่เป็นที่สุดของทั้ง ‘สายทำคอนเทนต์’ และ ‘สายดูคอนเทนต์’  ด้วยเทคโนโลยีแบบจัดเต็มที่ไม่เคยมีบนสมาร์ทโฟนมาก่อน โดยเปิดวางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้ที่ Samsung Experience Store และร้านค้าที่ร่วมรายการ Galaxy S21 Series 5G คือสมาร์ทโฟนที่สายคอนเทนต์ไม่ควรพลาด ด้วยหลากหลายสุดยอดฟีเจอร์กล้อง อาทิ เซ็นเซอร์กล้องใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในซัมซุง กาแลคซี่ ทำให้เก็บทั้งภาพและวิดีโอได้คุณภาพสูงเหมือนมืออาชีพ ถ่ายรูปสวย ครบทุกสีสัน ผ่าน ถ่ายภาพพร้อมให้ไฟล์ภาพแบบ Raw File 12-bit มาตรฐานเดียวกับกล้อง DSLR เพื่อการแต่งภาพได้ครบทุกรายละเอียด ถ่ายวิดีโอระดับ HDR10+ พร้อมส่งมอบคอนเทนต์ที่คมชัดทุกสภาพแสง ฟีเจอร์ใหม่ Director’s View ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถกำกับวิดีโอได้จากหน้าจอสมาร์ทโฟน กับมุมมองหลากหลายเลนส์ให้เลือกปรับเปลี่ยนได้ขณะถ่าย ไม่ต้องตัดต่อ ใช้งานได้ทันที โหมด Vlogger View ตัวช่วยที่จะทำให้ถ่ายคอนเทนต์ผ่านกล้องหน้า-หลังได้พร้อมกัน เพื่อเก็บทุกความประทับใจแบบไม่มีพลาด นอกจากนี้ สำหรับรุ่น Galaxy S21 Ultra 5G ยังรองรับการใช้งานปากกา S Pen เป็นครั้งแรกใน Galaxy S Series ทำให้การส่งต่อทุกจินตนาการง่ายดายยิ่งขึ้น อีกทั้งการแสดงผลของน่าจอที่แสดงสีแม่นยำถึง 3,000,000:1 มาพร้อมกับค่าความสว่าง 1,500 nits และอัตรารีเฟรชเรท 120Hz ทำให้การรับชมคอนเทนต์ลื่นไหลแบบไม่มีสะดุด ปิดท้ายด้วยความจุแบตเตอรี่ที่มากขึ้นแบบจัดเต็มเพื่อให้เหล่าเกมเมอร์และสายซีรีส์ได้เพลิดเพลินกับคอนเทนต์อย่างต่อเนื่อง โดย 4,000 mAh สำหรับ Galaxy S21 5G, 4,800 mAh สำหรับ Galaxy S21+ 5G  และ 5,000 mAh  สำหรับ Galaxy…

เปิดตัว OPPO Reno5 / Reno5 5G สุดปัง ! สายวิดีโอไม่มีถือว่าพลาด

OPPO Reno5 5G เปิดตัวออนไลน์ยิ่งใหญ่ ทั้งคุณสมบัติของตัวมือถือ และผู้เข้าร่วมงานเปิดตัว มีศิลปินมากมาย แต่ที่เด็ดไปกว่านั้นคือฟีเจอร์วิดีโอสุดเจ๋งของเจ้าตัวนี้ สายวิดีโอไม่มีไม่ได้จริง ๆ แบไต๋รีวิวไว้ให้เรียบร้อย สำหรับฟีเจอร์ที่น่าสนใจใน OPPO Reno5 ที่แอดอยากนำเสนอตัวนี้คือ AI Mixed Portrait เป็นการเอา Double exposure effect มาใช้ในการถ่ายวิดีโอ สามารถนำวิดีโอ Portrait มาซ้อนทับ วิดีโออื่นได้ อีกฟีเจอร์คือ Dual-view Video ช่วยให้สามารถถ่ายวิดีโอจากกล้องหน้าและกล้องหลังได้พร้อมกันและรองรับรูปแบบการแบ่งหน้าจอที่แตกต่างกันได้ถึง 3 แบบ ด้วยเทคโนโลยีใหม่ Diamond Spectrum Process ทำให้สีเงินใน OPPO Reno5 และ Reno5 5G เกิดเป็นเฉดสีใหม่บนฝาหลัง หากมองจากมุมหรือในสภาพแสงที่ต่างกัน จะสามารถแบ่งสีได้อย่างชัดเจนทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีเขียว สีเหลือง สีฟ้า สีม่วง และ สีส้ม…

หนัง No Time To Die เลื่อนกำหนดฉายอีกครั้ง เพราะ Nokia ต้องการเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ใหม่

 อย่างที่ทราบกันดีเกี่ยวกันภาพยนตร์ในเรื่อง No Time To Die ซึ่งเป็นหนังสายลับเจมส์ บอนด์ 007 ในลำดับที่ 25 ที่กำหนดฉายจะเริ่มในช่วงเมษายน 2020 แต่ด้วยพิษโควิด 19 ก็ยังคงเลื่อนไปปลายปี 2020 และล่าสุดก็เลื่อนอีกครั้งเป็น เมษายน 2021   แต่ล่าสุดนี้ก็เลื่อนออกเป็นตุลาคม 2021 แต่ว่าสาเหตุที่แตกต่างออกไป เพราะมีรายงานว่า Nokia ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักอุปกรณ์ No Time To Die เลยมีการซ่อม Smart Phone ที่ปรากฏอยากให้เห็นรุ่นใหม่ขึ้น แทนรุ่นเดิมที่มีกำหนดวางขายตั้งแต่ปี 2020 ส่วนเดิมทีของมือถือที่อยู่ในเรื่องที่ เจมส์ บอนด์ใช้คือ Nokia 8.3 5G โดยมือถือรุ่นดังกล่าววางขายในช่วงกลางปี 2020 ที่ผ่านมา ดังนั้นคงต้องลุ้นกันต่อไปว่ามือถือรุ่นใหม่ที่วาจะเป็นรุ่นไหน  

Google Camera ได้รับการอัปเดตให้สามารถปิดฟีเจอร์ Auto Night Sight เมื่อไม่ต้องการ

ข่าวดีสำหรับคนที่ใช้งาน Android ที่ใช้งาน Application Google Camera สำหรับกล้องก็มีการอัปเดตใหม่ออกมาอีกครั้งในเวอร์ชั่น 8.1.200 ถือว่าเป็นการอัปเกรดครั้งใหญ่อยู่เหมือนกัน หนึ่งในนั้นคือการเพิ่มฟีเจอร์ ปิดระบบ Auto Night Sight ได้  หน้าตาฟีเจอร์อัปเดตล่าสุด เดิมทีปกติถ้าใครเคยใช้ Night Sight เวอร์ชั่นแรกจะพบว่าจะแยกออกไปอยู่หมวดหมู่ของตัวเองจนกระทั่ง Night Sight ได้ถูกรวมอยู่ในการตั้งค่า Flash โดยถ้าเราปิด Flash จะต้องปิด Night Sight ไปด้วย แต่ในการอัปเดตเป็นเวอร์ชั่น 8.1.200 จะสามารถปิดฟีเจอร์นี้ ได้เพราะมีคนหลายกลุ่มไม่ปลื้มเท่าไหร่ สำหรับการอัปเดตของมือถือที่ใช้สามารถเข้าไปที่ Google Play Store หรือบางเครื่องสามารถอัปเกรดผ่าน APK ก็ได้ถ้าอยากจะลองครับ

ชมตคลิปแกะในของ Samsung Galaxy S21 Ultra ภายในมีอะไรที่น่าสนใจกว่าที่คิด

หลังจากที่ YouTuber ช่อง JerryRigEverything ได้ทดสอบความแข็งแรงของ Samsung Galaxy S21 Ultra กันไปแล้ว ครั้งนี้พวกเขาก็นำมือถือรุ่นนี้มาแกะภายในให้ดูว่าสเปกเครื่องจะเป็นอย่างไร โดยหลักๆ แล้วของภายใน Samsung Galaxy S21 Ultra จะยังมีกาวที่ส่วนของแบตเตอรี่เยอะเหมือนเดิม พร้อมกับเปลี่ยน Module กล้องใหญ่ขึ้น พร้อมกับมีระบบ OIS ที่มีมอเตอร์อยู่ด้านบน ส่วนลำโพงไม่ได้อยู่ใกล้กับส่วนของหูฟังสักเท่าไหร่ ส่วนรายละเอียดที่เหลือสามารถดูจากคลิปด้านบน สำหรับคลิปในการแกะเครื่องครั้งนี้ทีม Sanook Hitech แนะนำว่าอย่าทำเองที่บ้านเพราะอาจจะ ทำให้เครื่องไม่สามารถกลับมาใช้งานได้อีกและจะทำให้หมดประกันไปด้วย

ดุเดือด ยอดขายสมาร์ตโฟน Samsung ลดลงเนื่องจากยอดขาย iPhone เพิ่มขึ้นเยอะ

รายงานผลประกอบการล่าสุดจาก Samsung โดยแผนกมือถือของบริษัทรู้สึกไม่พอใจกับตัวเลขรายได้ที่ออกมาแม้ว่าบริษัทจะคาดการณ์เอาไว้อยู่แล้วก็ตามที ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2020 ยอดขายสมาร์ตโฟนของ Samsung ลดลงไป 11% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2019 เนื่องจากการแข่งขันที่รุนแรงโดยเฉพาะความดุเดือดจากฝั่ง Apple – iPhone 12 โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 4 ที่ Apple เปิดตัว iPhone 12 เรียกว่าขโมยซีนในช่วงสิ้นปีไปซะหมด และถึงแม้ว่าจะเปิดตัวไม่พร้อมกันทุกโมเดล แต่ก็ยังมีผู้ใช้งานที่รอคอยซื้ออยู่ เห็นได้ชัดว่า iPhone 12 มีความต้องการซื้อที่สูงมาก Apple ประกาศว่ายอดขายของ iPhone เพิ่มขึ้นมากถึง 17% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา บริษัทสามารถสร้างรายได้ได้มากกว่า 100,000 ล้านเหรียญ การไม่มีสมาร์ตโฟน Samsung Galaxy รุ่นใหม่เปิดตัวในช่วงปลายปีก็กลายเป็นอุปสรรคสำคัญอยู่เหมือนกัน ถึงแม้ว่าแผนกสมาร์ตโฟนจะทำตัวเลขได้ไม่ดีนัก แต่แผนกหน้าจออย่าง Samsung Display ได้สร้างตัวเลขที่น่าประทับใจ เนื่องจากสามารถผลิตและขายหน้าจอ OLED ให้กับ iPhone ได้เป็นจำนวนมาก…

Xiaomi เปิดตัว Mi Air Charge แท่นชาร์จไฟแบบไม่ต้องสัมผัส แค่เข้ามาในห้องก็ชาร์จไฟได้

Xiaomi ได้เปิดตัว Mi Air Charge ซึ่งมีจุดเด่นในเรื่องของสามารถชาร์จไฟไร้สายของเครื่องที่ดีมากขึ้น อย่างเช่น (remote charging technology) และสามารถชาร์จไฟได้หลายอุปกรณ์ในเวลาเดียวกัน แค่เดินเข้าห้อง โดยเทคโนโลยีนี้มีการเปิดเผยว่า จะมี Transmitter มีการจับพื้นที่ภายในห้อง หากเข้าไปในบริเวณห้องที่อยู่ในห้องแต่สามารถชาร์จไฟด้วยกำลัง 5W นอกจากนี้ เสาต่างๆ ภายในของอุปกรณ์นี้ Xiaomi ยังคงคิดค้นขึ้นมาเอง และยังสามารถตรวจับ Smart phone ได้ผ่านการจับคลื่นของเสาอากาศทั้งหมด 14 เสาไปยังโทรศัพท์ได้โดยตรงในรูปแบบของ เทคโนโลยี Beamforming อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีอาจจะสามารถใช้งานกับอุปกรณ์อื่นๆ ได้ ส่วนข้อเสียคือ ถ้าชาร์จพร้อมกันหลายอุปกรณ์อาจจะทำให้ความสามารถในการปล่อยไฟให้อุปกรณ์ลดลง หากอยู่ไกลกว่าระยะที่ระบุ เท่านั้น  ส่วนกำหนดการวางจำหน่ายยังไม่ได้มีการระบุออกมาอย่างเป็นทางการ แต่ก็ต้องลุ้นว่าเมื่อออกมาจริงๆ  แล้วเทคโนโลยีนี้จะมีราคาสูงหรือไม่ต่อไป

ทำไมมือถือเรือธงราคาสูง ถึงดูน่าสนใจกว่ามือถือระดับกลาง ?

  ปฏิเสธไม่ได้ว่า มือถือระดับกลางเริ่มมีความน่าสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ในบางครั้งดูน่าสนใจกว่ามือถือรองท็อป ไปจนถึงมือถือเรือธงไปเสียแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ชิปเซ็ตที่มีความแรงเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลื่นไหล, กล้องความละเอียดสูงที่มีเลนส์การถ่ายภาพให้เลือกใช้อย่างหลากหลาย, แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่เพียงพอต่อการใช้งานตลอดวันแบบสบายๆ ไปจนถึงราคาวางจำหน่ายที่สบายกระเป๋า แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง มือถือเรือธงที่มีราคาแพงกว่าก็อาจเป็นตัวเลือกที่ดูน่าสนใจกว่ามือถือระดับกลางก็เป็นได้ แต่เพราะเหตุผลใดนั้น ไปหาคำตอบกันครับ *สำหรับสมาร์ทโฟนระดับต่างๆ ทางทีมงานขออนุญาตให้คำจำกัดความไว้ดังนี้ เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจ (อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสเปกมือถือด้วยตนเองได้ที่นี่) เรือธง : สมาร์ทโฟนท็อปที่สุดของค่ายในปีนั้นๆ โดยจะมาพร้อมกับชิปเซ็ตรุ่นล่าสุด พร้อมกับเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าสุดของค่าย  ระดับกลาง : สมาร์ทโฟนที่มีคุณสมบัติรองมาจากเรือธง ทั้งด้านสเปก และวัสดุตัวเครื่อง ซึ่งจะมีตัวเลือกมากที่สุดในตลาด ระดับเริ่มต้น : สมาร์ทโฟนที่มีราคาถูกช่วงพันต้นๆ พร้อมกับคุณสมบัติที่รองรับการใช้งานในระดับพื้นฐาน   1.ตกรุ่นช้า สำหรับสมาร์ทโฟนเรือธง จะเป็นสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดของผู้พัฒนามือถือแต่ละแบรนด์ ทำให้ส่วนใหญ่จะเปิดตัวให้เห็นปีละ 1 ครั้งเท่านั้น ซึ่งแต่ละค่ายก็มีไทม์ไลน์การเปิดตัวมือถือเรือธงของตัวเองที่ค่อนข้างแน่นอน เช่น iPhone มักจะเปิดตัวให้เห็นในเดือนกันยายนของทุกปี หรือ Samsung Galaxy S Series ที่มักจะเปิดตัวให้เห็นในช่วงเดือนมกราคม – มีนาคม ของทุกปี จึงทำให้กว่าที่จะมือถือเรือธงจะตกรุ่นก็ต้องรอเป็นเวลาถึง 1 ปีเต็ม  ขณะที่สมาร์ทโฟนระดับกลางค่อนข้างจะมีโอกาสตกรุ่นค่อนข้างไว เพราะส่วนมากจะเปิดตัวค่อนข้างถี่กว่า…

มือถือ Vivo ซีรีส์ V / Y / X / NEX ต่างกันอย่างไร ?

  Vivo ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์มือถือที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศไทย ด้วยตัวเลือกที่มีหลากหลาย และราคาที่จับต้องได้ ต่างกันออกไปในแต่ละซีรีส์ มือถือ Vivo ที่วางจำหน่ายในบ้านเรามีทั้งหมด 5 ซีรีส์ ได้แก่ V / Y / X / S / NEX ซึ่งบางท่านอาจจะสับสนว่าในแต่ละซีรีส์ต่างกันอย่างไร ซีรีส์ไหนจะดีกว่ากัน วันนี้ทางทีมงานจะมาสรุปความแตกต่างทุกซีรีส์ของมือถือ Vivo ให้ได้ทราบกัน เพื่อเป็นอีกหนึ่งข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อ หากพร้อมแล้ว ไปชมกันเลยค่ะ   V Series Vivo V Series เป็นซีรีส์ของมือถือระดับกลาง-สูง รองลงมาจากตระกูลเรือธงอย่าง X Series มีกลุ่มเป้าหมายเป็นวัยทำงานจนถึงวัยรุ่น โดยมือถือในซีรีส์ V จะมีความโดดเด่นที่กล้องถ่ายภาพ พร้อมฟีเจอร์ที่ครบครันทุกการใช้งาน และมีดีไซน์ระดับพรีเมียมเทียบชั้นรุ่นใหญ่ ซึ่งมีราคาอยู่ในช่วงหลักพันปลายๆ จนถึงหมื่นต้น สำหรับรุ่นล่าสุดได้แก่ Vivo V20 Pro, V20 และ V20…