ไทยคว้าอันดับ 26 รัฐบาลดิจิทัลนานาชาติ ซึ่งเป็นอันดับที่ดีขึ้นกว่าในปี 2563 DGA เดินหน้าจัดทำ (ร่าง) แผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย ปี พ.ศ. 2566 – 2570 ภายใต้วิสัยทัศน์ “บริการภาครัฐสะดวก โปร่งใส ทันสมัย ตอบโจทย์ประชาชน”

ไทยคว้าอันดับ 26 รัฐบาลดิจิทัลนานาชาติ

ดร.สุพจน์ เธียรวุฒิ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล อัปเดตถึงความก้าวหน้าการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล โดยสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA ได้จัดทำ (ร่าง) แผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย ปี พ.ศ. 2566 – 2570 ภายใต้วิสัยทัศน์ “บริการภาครัฐสะดวก โปร่งใส ทันสมัย ตอบโจทย์ประชาชน”

ไทยคว้าอันดับ 26 รัฐบาลดิจิทัลนานาชาติ

โดยมีเป้าหมายสำคัญ เพื่อให้บริการตอบสนองประชาชน และลดความเหลื่อมล้ำ (Responsive Government) ส่งเสริมความสามารถการแข่งขันภาคธุรกิจ (Enhance Competitiveness) โปร่งใส เปิดเผยข้อมูล ประชาชนเชื่อถือและมีส่วนร่วม (Open Government & Trust) และภาครัฐปรับตัวทันเวลา (Agile Government) เพื่อพัฒนาบริการที่สามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวกด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและอำนวยความสะดวกแก่ภาคธุรกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลได้ พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน และเปิดเผยข้อมูลเปิดภาครัฐ และร่วมกันบูรณาการข้อมูลและกระบวนงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เพื่อการบริหารงานที่ยืดหยุ่นและคล่องตัว

DGA ให้ความสำคัญกับ “ข้อมูล” สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เชื่อมโยงกันระหว่างหน่วยงาน หรือ นำข้อมูลมาต่อยอด เพื่อสร้างประโยชน์แก่ประชาชน เอกชน และภาครัฐให้สำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม และนำมาต่อยอดเพื่อเป็นตัวอย่างของ “การใช้ประโยชน์จาก Big Data” โดยมุ่งให้ปี 2565 เป็นปีแห่ง Data Driven Government” อย่างเต็มรูปแบบ

ไทยคว้าอันดับ 26 รัฐบาลดิจิทัลนานาชาติ

สำหรับด้านการพัฒนาแพลตฟอร์มกลางข้อมูลด้านสวัสดิการ (Welfare Platform) หน่วยงานได้จัดทำบริการด้านสวัสดิการให้สามารถใช้บริการได้ผ่านระบบดิจิทัล (Digital Service) แบบครบวงจร “รู้ ยื่น จ่าย รับ” โดยพัฒนาแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบสิทธิ์สวัสดิการของตนได้แบบเบ็ดเสร็จ และเข้าถึงบริการภาครัฐได้อย่างสะดวกรวดเร็ว รวมถึงมีการดำเนินโครงการจัดทำเอกสารสำคัญทางการศึกษาในรูปแบบดิจิทัล (Digital Transcript) มุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกทั้งนิสิตนักศึกษาและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ลดภาระงานเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบเอกสาร รวมถึงลดงบประมาณของมหาวิทยาลัยในการออกเอกสารสำคัญทางการศึกษาในรูปแบบกระดาษ เพื่อยกระดับการศึกษาไทยเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับด้านการระบบกลางด้านกฎหมาย (Law Portal) มีการเปิดให้หน่วยงานของรัฐนำร่างกฎหมายมาเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และประเมินผลสัมฤทธิ์ผ่านระบบกลางฯ ตาม พ.ร.บ. หลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ พ.ศ. 2562 รวมถึงเปิดให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นต่อร่างกฎหมาย และร่วมประเมินผลสัมฤทธิ์ผ่านเว็บไซต์ www.law.go.th รวมถึงมีการให้บริการศูนย์กลางแลกเปลี่ยนข้อมูลภาครัฐ (GDX) โดยมีเป้าหมายเพื่อให้หน่วยงานภาครัฐสามารถเชื่อมโยงข้อมูลของประชาชนผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ได้ มุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกกับประชาชนได้แบบครบวงจร ตลอดจนเป็นระบบกลางให้กับทุกหน่วยงานนำระบบไปประยุกต์ใช้ เพื่อให้บริการประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ

ดร.สุพจน์ เผยว่า (ร่าง) แผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลฯ ปี พ.ศ. 2566 – 2570 มีตัวชี้วัดแผนฯ ถึงความพึงพอใจของประชาชนต่อการใช้บริการออนไลน์ภาครัฐไม่น้อยกว่าร้อยละ 80% และอันดับดัชนี EGDI (ดัชนีการพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์สหประชาชาติ) ของไทยไม่ต่ำกว่าอันดับ 2 ของอาเซียน โดยมีการเพิ่มเติมกลุ่มที่มุ่งเน้นความสำคัญ (Focused Areas) เป็น 10 กลุ่ม ได้แก่ การศึกษา สุขภาพและการแพทย์ เกษตร สวัสดิการประชาชน การมีส่วนร่วม โปร่งใส และตรวจสอบได้ของประชาชน การส่งเสริม SMEs แรงงาน สิ่งแวดล้อม ยุติธรรม และการท่องเที่ยว เพื่อให้ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม ทุกท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้เพื่อให้สามารถรองรับการขับเคลื่อนด้วย Big Data ได้อย่างเต็มรูปแบบ และสอดคล้องกับสาระสำคัญ พ.ร.บ.การบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. 2562 จึงได้มีการจัดตั้งสถาบันนวัตกรรมและธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Innovation & Governance Institute: DIGI) ขึ้น โดยมีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับการบริหารจัดการข้อมูลภาครัฐให้มีคุณภาพตามกรอบธรรมาภิบาล นำไปสู่การเปิดเผย เชื่อมโยง แลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดนวัตกรรมข้อมูลสำหรับการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลและประเทศอย่างยั่งยืน โดยสถาบัน DIGI ได้ริเริ่มโครงการความร่วมมือ การให้คำปรึกษา และพัฒนาต้นแบบกับหน่วยงานต่าง ๆ ได้แก่ การใช้ประโยชน์เชิงวิเคราะห์จากข้อมูล Big Data เกษตรกร ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  และการใช้ข้อมูล Big Data กรมธรรม์รถยนต์ภาคสมัครใจ (พัฒนาเป็นข้อมูลเปิด เพื่อต่อยอดการพัฒนาประเทศภาครัฐและเอกชน) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เป็นต้น

นอกจากนี้ DGA ได้เดินหน้าโครงการขับเคลื่อนการพัฒนาท้องถิ่นดิจิทัล ปี 2564 โดยให้การสนับสนุนระบบบริหารงานและให้บริการประชาชนสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และจัดโครงการประกวดนวัตกรรม ‘รางวัลท้องถิ่นดิจิทัล’ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของหน่วยงานส่วนท้องถิ่นที่ต้องการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนในพื้นที่ของตน

จากความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ส่งผลให้ในปีที่ผ่านมาประเทศไทยได้รับการจัดอันดับรัฐบาลดิจิทัลนานาชาติ โดยมหาวิทยาลัย Waseda ในอันดับที่ 26 จาก 64 ประเทศ ซึ่งเป็นอันดับที่ดีขึ้นกว่าในปี 2563 โดยประเทศไทยได้รับการจัดอันดับด้านประสิทธิภาพการบริหารจัดการ อยู่อันดับที่ 5 (จาก Top 10) ซึ่งเป็นผลจากความทุ่มเทของหน่วยงานทุกฝ่ายในการร่วมกันผลักดันโครงการต่าง ๆ ตามแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย พ.ศ. 2563 – 2565 อย่างมีประสิทธิภาพ

อ้างอิง สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.) (DGA) cover iT24Hrs-S

อ่านบทความและข่าวอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ it24hrs.com

ไทยคว้าอันดับ 26 รัฐบาลดิจิทัลนานาชาติ สู่การยกระดับบริการและลดความเหลื่อมล้ำ

อย่าลืมกดติดตามอัพเดตข่าวสาร ทิปเทคนิคดีๆกันนะคะ Please follow us

Youtube it24hrs
Twitter it24hrs
Tiktok it24hrs
facebook it24hrs

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *