Snapdragon 870 เป็นชิปเซ็ตรุ่นใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมกันอยู่ในตอนนี้ ด้วยความแรงในระดับที่ใกล้เคียงกับชิปตัวท็อปอย่าง Snapdragon 888 แต่มีราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า ซึ่งขณะนี้ก็มีสมาร์ทโฟนที่ใช้ชิป Snapdragon 870 เปิดตัวออกมาหลายรุ่นแล้ว สำหรับท่านใดที่สนใจอยากเป็นเจ้าของสักเครื่อง เราได้รวบรวมรายชื่อสมาร์ทโฟนที่ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 870 มาไว้ให้แล้ว ทั้งที่วางขายในไทย และต่างประเทศ อัปเดตล่าสุดเดือนมิถุนายน 2021 ครับ

 

Vivo X60 5G | X60 Pro 5G

เรือธงรุ่นใหม่จากทาง Vivo ที่ในรุ่น Global ได้ปรับมาใช้ชิปเซ็ต Qualomm Snapdragon 870 แทนที่ Exynos 1080 ในประเทศจีน พร้อมกับจุดเด่นที่น่าสนใจมากมาย โดยในรุ่น X60 5G มาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.56 นิ้ว คมชัดระดับ Full HD+ รองรับค่า Refresh Rate ระดับ 120Hz มี RAM 12GB พร้อม Extented RAM ขนาด 3GB + หน่วยความจำภายในแบบ UFS 3.1 และแบตเตอรี่ความจุ 4300 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 33W FlashCharge 2.0 รวมถึงมีกล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ที่พัฒนาร่วมกับ ZEISS โดยมาพร้อมเลนส์ Biotar ที่ช่วยให้ภาพถ่ายโบเก้มีความสวยงามเหมือนเลนส์มือหมุน Biotar ของ ZEISS ที่ถูกออกแบบมาสำหรับถ่ายภาพ Portrait โดยเฉพาะ โดยมีราคาที่ 2,699 ริงกิตมาเลเซีย หรือประมาณ 20,300 บาท

ส่วนรุ่น X60 Pro 5G มีหน้าจอ AMOLED แบบลงขอบโค้งทั้ง 2 ด้าน ขนาด 6.56 นิ้ว คมชัดระดับ Full HD+ รองรับค่า Refresh Rate ระดับ 120Hz พร้อม RAM 12GB พร้อม Extented RAM ขนาด 3GB + หน่วยความจำภายในแบบ UFS 3.1 ขนาด 256GB และแบตเตอรี่ความจุ 4200 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 33W FlashCharge 2.0 สำหรับกล้องหลังมี 3 ตัว ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล  พัฒนาร่วมกับ ZEISS เหมือนกับรุ่น X60 5G แต่จะมีรูรับแสงที่กว้างกว่า โดยเปิดราคาที่ 3,299 ริงกิตมาเลเซีย หรือประมาณ 24,800 บาท

 

OPPO Find X3 5G

เรือธงรุ่นมาตรฐานใหม่ล่าสุดของทาง OPPO โดดเด่นที่หน้าจอลงขอบโค้งทั้ง 2 ด้านแบบ AMOLED (Flexible/LTPO) ขนาด 6.7 นิ้ว คมชัดระดับ QHD+ (3216×1440 พิกเซล : 525 ppi) มีค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 120Hz แบบ Adaptive Dynamic ที่สามารถปรับค่าได้ระหว่าง 5Hz – 120Hz พร้อมมาตรฐาน HDR10+ รวมถึงการแสดงผลสีแบบ 10-bit กว่าพันล้านสี  บนตัวเครื่องป้องกันน้ำ-ฝุ่นมาตรฐาน IP68 พร้อมแบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 65W SuperVOOC 2.0 พร้อมกับเทคโนโลยีชาร์จไร้สายความเร็วสูง 30W AIRVOOC โดยมีกล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ที่มาพร้อมเทคโนโลยี 1 Billion Colour Dual Primary Camera ซึ่งทั้งหมดนี้ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย ColorOS 11.2 เวอร์ชันล่าสุด เปิดราคาในประเทศจีนเริ่มที่ 4,499 หยวน หรือประมาณ 21,200 บาท

 

OnePlus 9R

เรือธงรุ่นเล็กจากทาง OnePlus ที่ถอดแบบการดีไซน์มาจากรุ่นใหญ่ ด้วยหน้าจอเรียบไม่ลงขอบโค้งแบบ 120Hz Fluid AMOLED Display ขนาด 6.55 นิ้ว คมชัดระดับ Full HD+ ภายในมี RAM ขนาดสูงสุด 12GB + ROM มาตรฐาน UFS 3.1 (2-Lane) ขนาดสูงสุด 256GB มีแบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Warp Charge 65T (10V/6.5A) และกล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX586 รองรับระบบกันสั่นแบบ OIS ซึ่งทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย OxygenOS 11 โดยเปิดราคาในอินเดียเริ่มที่ 39,999 รูปี หรือประมาณ 17,100 บาท

 

Xiaomi Mi 10S

มือถือเรือธงรุ่นเล็กในตระกูล Mi 10 Series ชูโรงที่หน้าจอ Refresh Rate ระดับ 90Hz บนดีไซน์จอ AMOLED ขอบโค้งขนาด 6.67 นิ้ว ความคมชัดระดับ Full HD+ พร้อมมาตรฐาน HDR10+ รวมถึงรองรับการสแกนลายนิ้วมือที่ใต้หน้าจอ และมีจุดเด่นที่สำคัญคือใช้ลำโพงคู่ที่ได้รับการจูนเสียงจาก Harman Kardon ทำให้ถูกยกให้เป็นสมาร์ทโฟนที่มีระบบเสียงที่ดีที่สุดจาก DxOMark ในตอนนี้อีกด้วย ด้านการถ่ายภาพจัดเต็มด้วยกล้องหลักคมชัด 108 ล้านพิกเซล พร้อมระบบกันสั่น OIS และมีแบตเตอรี่ความจุ 4780 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 33W Fast Charging พร้อมชาร์จแบบไร้สาย 30W กับราคาเริ่มที่ 3,299 หยวน หรือประมาณ 15,500 บาท

 

POCO F3 5G

POCO F3 (บางประเทศวางจำหน่ายในชื่อ Xiaomi Mi 11X หรือ Redmi K40) มือถือ 5G สเปกแรงที่มากับชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 870 จับคู่กับ RAM แบบ LPDDR5 ขนาด 6GB/8GB + ROM มาตรฐาน UFS 3.1 ขนาด 128GB/256GB บนการดีไซน์จอไร้ขอบเจาะรูกล้องหน้าแบบ DotDisplay E4 AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว รองรับค่า Refresh Rate ระดับ 120Hz พร้อมค่า Touch Sampling Rate ระดับ 360Hz และมีลำโพงคู่ระบบเสียง Dolby Atmos รวมถึงแบตเตอรี่ความจุ 4520 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 33W ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ระดับ 0-100% ได้ในเวลา 52 นาที และมีกล้องหลัง 3 ตัว ได้แก่ กล้องตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล พร้อมกล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และกล้อง Telephoto ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล วางขายในไทยแล้วในราคาเริ่มต้น 10,999 บาท

 

Motorola edge s

สมาร์ทโฟนระดับท็อปรุ่นใหม่ของค่าย Motorola ที่มาพร้อมกับชิปเซ็ต Snapdragon 870 5G เป็นรุ่นแรกของวงการ รองรับเครือข่าย 5G กับ Wi-Fi 6 รวมถึงเทคโนโลยี Turbo LPDDR5 + Turbo UFS 3.1 มีกล้องหลังทั้งหมด 4 ตัว ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รองรับการถ่ายวิดีโอระดับ 6K/30fps สำหรับหน้าจอมีค่า Refresh Rate ระดับสูงสุดที่ 90Hz บนการดีไซน์แบบไร้ขอบไร้รอยบากขนาดใหญ่เต็มตา 6.7 นิ้วแบบ CinemaVision Display ในอัตราส่วน 21:9 และมีกล้องหน้าคู่ฝังบนหน้าจอ รวมถึงแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 20W TurboPower ซึ่งทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 11 ใหม่ล่าสุด กับราคาเปิดตัวในประเทศจีนที่ ราคา 1,999 หยวน หรือประมาณ 9,300 บาท

 

Black Shark 4

เกมมิ่งโฟนระดับท็อปรุ่นใหม่ของค่าย Xiaomi ที่มาพร้อมการดีไซน์ใหม่หมดจด ที่มีความดุดันตามสไตล์เกมมิ่งโฟน พร้อมความพรีเมียมในเวลาเดียวกัน โดยใช้งานหน้าจอแสดงผลแบบ E4 AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว คมชัดระดับ Full HD+ รองรับค่า Refresh Rate สูงสุดระดับ 144Hz ผสานค่า Touch Sampling Rate ระดับ 720Hz ที่สูงกว่าสมาร์ทโฟนทั่วไปเป็นเท่าตัว อีกทั้งยังมาพร้อมระบบระบายความร้อน Liquid Cooling 2 ช่วยให้ตัวเครอื่งไม่ร้อนเกินไปขณะใช้งาน และมีแบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วสุดในค่ายที่ 120W โดยสามารถชาร์จแบตเตอรี่ตั้งแต่ 0 ให้เต็ม 100% ได้ภายใน 14 นาที 50 วินาที ซึ่งมีราคาเปิดตัวเริ่มที่ 2,499 หยวน หรือประมาณ 11,900 บาท

 

iQOO Neo5

เกมมิ่งโฟนระดับท็อปน้องใหม่ของค่าย Vivo มาในดีไซน์หน้าจอไร้ขอบเจาะรูกล้องหน้าที่ตรงกลางเทคโนโลยี AMOLED ขนาด 6.62 นิ้ว คมชัดระดับ Full HD+ รองรับค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 120Hz พร้อมค่า Touch Sampling Rate ระดับ 1000Hz ที่สูงกว่าสมาร์ทโฟนทั่วไปหลายเท่าตัว มีกล้องทั้งหมด 3 ตัว ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX598 รองรับ OIS ภายในมี RAM ขนาดสูงสุด 12GB พร้อมกับระบบระบายความร้อนด้วยแผ่น Graphite ขนาดใหญ่ ผสานเทคโนโลยี Multi-Turbo 5.0 ที่ช่วยเร่งประสิทธิภาพการทำงานด้านต่างๆ ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น และมีแบตเตอรี่ความจุ 4400 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 66W FlashCharge ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ 0-100% ได้ในเวลา 30 นาที ซึ่งมีราคาเปิดตัวเริ่มที่ 2,499 หยวน หรือประมาณ 11,800 บาท

 

OPPO Reno6 Pro+

OPPO Reno6 Pro+ มาพร้อมกับชิปเซ็ต Snapdragon 870 ประกบคู่การทำงานร่วมกับหน่วยความจำ RAM ขนาดสูงสุด 12GB และหน่วยความจำภายในความจุสูงสุด 256GB ส่วนทางด้านกล้องถ่ายภาพ มาพร้อมกับกล้องหลังจำนวน 4 ตัวเช่นเดียวกัน โดยกล้องตัวหลักใช้เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX776 ความละเอียด 50 ล้านพิกเซลแบบเดียวกันกับที่ใช้บนมือถือเรือธงอย่าง OPPO Find X3 Pro พร้อมกล้อง Ultra Wide ความละเอียด 16 ล้านพกเซล, กล้อง Telephoto ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล และกล้อง Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล

 

iQOO 7 5G

iQOO 7 5G สมาร์ทโฟนตัวแรงอีกรุ่นหนึ่งที่มากับชิปเซ็ต Snapdragon 870 ตัวเครื่องมีหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.62 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ มีค่า Refresh Rate สูงสุดระดับ 120Hz ภายในขับเคลื่อนด้วยชิปตัวแรงอย่าง Qualcomm Snapdragon 888 ประกบคู่กับ RAM แบบ LPDDR5 และหน่วยความจำภายในแบบ UFS 3.1 พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 4400mAh รองรับระบบชาร์จไว 66W และมีระบบระบายความร้อนแบบ VC Liquid Cooling System ที่ช่วยลดอุณภูมิของเครื่องเมื่อมีการใช้งานอย่างหนัก

 

สมาร์ทโฟนที่ใช้ชิปเซ็ตประมวลผล Snapdragon 870 ยังคงทยอยเปิดตัวออกมาอยู่เรื่อยๆ และมีหลายรุ่นที่กำลังจะเข้ามาวางขายในประเทศไทย ในอนาคตจะมีรุ่นไหนมาให้เลือกกันอีกบ้าง เราจะอัปเดตให้ทราบกันอีกครั้งครับ

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com

วันที่ : 10/06/2564

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *