นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า จากนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้ทุกกระทรวงมีการจัดตั้งศูนย์ต่อต้าน ข่าวปลอมประจำกระทรวง เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสาร และข้อเท็จจริงให้ประชาชนรับทราบอย่างถูกต้องและรวดเร็ว ลดความตื่นตระหนกของประชาชนที่ได้รับข้อมูลข่าวปลอม หรือบิดเบือน จึงได้มีการจัดประชุมทุกหน่วยงาน เพื่อร่วมการพิจารณาแนวทางการดำเนินงาน ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประจำกระทรวงที่ เชื่อมโยงกับศูนย์ต่อต้าน ข่าวปลอมประเทศไทย เพื่อให้การประสานงานตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานเจ้าของเรื่องได้รับ การตรวจสอบและแจ้งผลตอบกลับเป็นไปอย่างรวดเร็ว
 
สำหรับขั้นตอนการดำเนินงานระหว่างหน่วยงาน และศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม เมื่อได้รับเบาะแสข้อความข่าวปลอม ทั้งจากที่ประชาชนแจ้งมาและการตรวจจับของระบบ Social Listening หลังจากคัดกรองและพบข้อความ ที่เข้าเกณฑ์ ตรวจสอบ ทางศูนย์ฯ จะแจ้งเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจหาข้อเท็จจริง โดยมีข้อตกลงในการให้บริการ (SLA) ให้หน่วยงานนั้นๆ แจ้งผลตอบกลับมายังศูนย์ฯ ภายใน 48 ชั่วโมง จากนั้นศูนย์ฯ ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลและ พิจารณาการเผยแพร่ เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งสื่อ และช่องทางต่างๆ ของศูนย์ฯ ได้แก่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก ไลน์ และทวิตเตอร์


 
นายชัยวุฒิ กล่าวต่อว่า สำหรับผลการดำเนินงาน ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.62 ถึง – 14 มิ.ย. 63 มีจำนวนข้อความข่าวที่ต้องคัดกรองทั้งหมด 140,469,974 ข้อความ เป็นข้อความที่เข้าเกณฑ์ตรวจสอบทั้งหมด 31,459 ข้อความ ในจำนวนนี้เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 11,268 เรื่อง โดยพบว่าหมวดหมู่สุขภาพ มีจำนวนข่าวที่เข้าข่ายตรวจสอบมากที่สุด 54% จำนวน 6,031 เรื่อง ตามมาด้วย 42% เป็นหมวดหมู่นโยบายรัฐ 4,732 เรื่อง อีก 3% เป็นหมวดหมู่เศรษฐกิจ 304 เรื่อง และ 1% อยู่ในหมวดหมู่ภัยพิบัติ จำนวน 184 เรื่อง
 
ขณะที่ ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ได้ดำเนินการจัดการข่าวปลอมที่เกี่ยวกับกระแสโควิด ตั้งแต่วันที่ 25 ม.ค. 63 – 14 มิ.ย. 64 โดยข่าวปลอมอันดับ 1 คือ หมวดหมู่สุขภาพ พบจำนวน 2,442 เรื่อง คิดเป็น 66% หมวดหมู่นโยบายรัฐ 1,112 เรื่อง คิดเป็น 30% หมวดหมู่เศรษฐกิจ 124 เรื่อง คิดเป็น 4% ส่วนของหมวดหมู่ภัยพิบัติไม่พบเรื่องที่เข้าข่าย และ ปัจจุบันช่องทางสื่อสารของศูนย์ฯเข้าถึงประชาชนมากกว่า 18 ล้านคน และมียอดการเข้ามามีส่วนร่วมกับโพสต์ มากกว่า 1.2 ล้านครั้ง
 
อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุมได้มีการนำเสนอผลการประสานงานของศูนย์ฯ กับหน่วยงานอื่นๆ ตั้งแต่จัดตั้งเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 62 – 14 มิ.ย. 64 โดยมีหน่วยงานที่ให้ความร่วมมือมากที่สุดในการตอบกลับอย่างรวดเร็ว 10 ลำดับแรก ดังต่อไปนี้


 
1.กระทรวงพลังงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ระยะเวลาในการตอบกลับโดยเฉลี่ย 22 นาที การตอบกลับ 100% 2.กระทรวงมหาดไทย กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น 24 นาที การตอบกลับ 100% 3.สำนักงานประชาสัมพันธ์ กทม. 31 นาที การตอบกลับ 100% 4.กระทรวงแรงงาน กรมการจัดหางาน 35 นาที การตอบกลับ 93% 5.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรมกิจการผู้สูงอายุ 50 นาที การตอบกลับ 100%
 
6.กระทรวงการคลัง กรมศุลกากร 56 นาที การตอบกลับ 100% 7.กระทรวงแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน 59 นาที การตอบกลับ 100% 8.กระทรวงการคลัง สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ 59 นาที การตอบกลับ 100% 9.กระทรวงการต่างประเทศ กองประมวลและวิเคราะห์ข่าว 1 ชั่วโมง 26 นาที การตอบกลับ 88% และ 10.กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี 1 ชั่วโมง 58 นาที การตอบกลับ 98%
 
 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *