แม้ว่าจะเข้าใกล้ปี 2021 แล้ว แต่ดีไซน์สมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ก็ยังคงเลือกใช้หน้าจอแสดงผลแบบเจาะรูเพื่อติดตั้งกล้องหน้าอยู่เช่นเดิม รวมทั้งสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่เตรียมเปิดตัวปีหน้าอย่าง Samsung Galaxy S21 Series รวมถึง OnePlus 9 Series ก็พบว่า ยังคงใช้ดีไซน์หน้าจอเจาะรูเหมือนกับสมาร์ทโฟนปี 2019 – 2020 แต่เพราะเหตุใดเราถึงยังไม่เห็นค่ายมือถือ Move On จากดีไซน์แบบนี้เสียที? เราไปหาคำตอบกันดีกว่าครับ

 

กล้องหน้าฝังใต้หน้าจอยังไม่เวิร์ค

ZTE Axon 20 5G มือถือที่ไม่มีติ่ง ไม่มีรอยบาก ไม่มีกลไกกล้อง Pop-up เพราะกล้องถูกย้ายไปฝังใต้หน้าจอหมดแล้ว

แม้ว่าในปัจจุบันผู้พัฒนามือถือจะสามารถฝังเซ็นเซอร์ต่างๆ เอาไว้ใต้หน้าจอได้แล้ว รวมทั้งยังมีการพัฒนาให้กล้องหน้าสามารถทำงานใต้หน้าจอแสดงผลได้ ทำให้มือถือไม่จำเป็นต้องมีติ่ง, รู หรือรอยบากอีกต่อไป ซึ่งเราจะได้เห็นจากมือถือตัวต้นแบบจาก OPPO และ Xiaomi  อีกทั้ง เมื่อไม่นานมานี้ทางแบรนด์ ZTE ก็เป็นเจ้าแรกที่เปิดตัว และวางจำหน่ายสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่มีกล้องหน้าที่สามารทำงานใต้หน้าจอได้ ภายใต้ชื่อ ZTE Axon 20 5G 

 

ความสำเร็จด้านนวัตกรรมครั้งนี้ ทาง ZTE ต้องใช้เทคโนโลยีใหม่ถึง 5 อย่างรวมกัน ได้แก่ Special Display Material, Dual-Control Chip, Unique Driver Circuit, Special Pixel Matrix และ Self-Developed Shooting Algorithm ซึ่งรูปแบบการทำงานก็คือ หน้าจอแสดงผลแบบใหม่จะทำหน้าที่รับแสงเข้ามายังโมดูลกล้องด้านใต้ ส่วนชิป Dual-Control และ Driver Circuit จะทำหน้าที่ในการปรับจูนแสงสีที่ได้รับมา พร้อมกับปรับหน้าจอแสดงผลเพื่อให้สามารถทำงานร่วมกับกล้องหน้าใต้จอ ส่วน Special Matrix Pixel จะทำหน้าที่ในการปรับจูนความสม่ำเสมอของการแสดงผลหลังจากเปิดใช้งานกล้องหน้า และสุดท้ายจะใช้อัลกอริทึมในการปรับจูนภาพถ่ายให้มีความคมชัด

 

เปรียบเทียบภาพถ่ายเซลฟี่ระหว่าง Pixel 5 และมือถือที่มีกล้องหน้าทำงานใต้หน้าจออย่าง ZTE Axon 20 5G (Cr. PhoneArena)

แม้ว่าอ่านดูแล้วจะเป็นเรื่องที่ดูค่อนข้างล้ำพอสมควร แต่ด้านการใช้งานจริง อาจไม่เวิร์คอย่างที่คิด เพราะทางสื่อต่างประเทศอย่าง PhoneArena ที่ได้รับ ZTE Axon 20 5G ไปทดสอบเป็นกลุ่มแรกๆ พบว่า ภาพที่ได้จากมือถือที่มีกล้องหน้าอยู่ด้านใต้หน้าจอนั้น มีความฟุ้ง และเบลออย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับมือถือที่ใช้ดีไซน์กล้องหน้าแบบเจาะรูบนหน้าจออย่าง Google Pixel 5 ซึ่งน่าจะเป็นเหตุผลสำคัญว่าทำไมแบรนด์อื่นๆ ที่เคยเผยโฉมมือถือที่มีกล้องหน้าทำงานใต้หน้าจอได้ก่อนหน้านี้ ถึงยังไม่เปิดตัวมือถือที่มีฟีเจอร์ดังกล่าวออกมาให้ได้เห็นกัน

 

กล้อง Pop-up ยังไม่ใช่ทางออก

ช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา มีการคิดค้น Solution ใหม่ในการติดตั้งกล้องหน้าไว้บนสมาร์ทโฟน นั่นก็คือ การติดตั้งชุดกล้องหน้าเอาไว้ในกลไกกล้องเด้งได้ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ Pop-up Camera โดยชุดกล้องจะถูกซ่อนเก็บไว้ตรงกึ่งกลางของตัวเครื่อง เมื่อถูกเรียกใช้งาน ก็จะมีมอเตอร์สำหรับผลักกล้องออกมาให้แบบอัตโนมัติ เรียกได้ว่าเป็นนวัตกรรมที่ดูเข้าท่าพอสมควร

 

กลไกการทำงานกล้องเด้งได้ของ Vivo Nex

แต่แน่นอนว่า เมื่อมีชิ้นส่วนที่สามารถเคลื่อนไหวได้ อายุการใช้งานก็มักจะสั้นลงตามไปด้วย รวมทั้งกลไกกล้อง Pop-up ยังเป็นการเปิดช่องว่างให้กับสมาร์ทโฟน ทำให้หลายท่านเจอปัญหาฝุ่นเข้าไปเกาะกลไกกล้องสไลด์ ซึ่งอาจเสียดสีกับชิ้นเลนส์ทำให้เกิดรอยได้ และที่สำคัญ กลไกกล้องสไลด์ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของคุณสมบัติกันน้ำของตัวเครื่อง ซึ่งจะเห็นได้ว่ามือถือกล้อง Pop-up ที่ถูกเปิดตัวออกมานั้น แทบไม่มีรุ่นไหนที่สามารถกันน้ำได้

นอกจากนี้ แบรนด์ที่เคยใช้ดีไซน์กล้อง Pop-up มาแล้วในอดีต ก็มักจะไม่หยิบยกดีไซน์ดังกล่าวในมือถือรุ่นปัจจุบันแล้ว ยกตัวอย่าง OPPO Find X ที่ใช้ดีไซน์กล้องสไลด์ในปี 2018 ก็ไม่ถูกนำมาใช้ใหม่ใน OPPO Find X2 Series ที่เปิดตัวในปี 2020 ซึ่งน่าจะเป็นสัญญาณที่กำลังบ่งบอกว่า ดีไซน์กล้องในลักษณะดังกล่าวอาจไม่ใช่ Solution สำหรับกล้องหน้าเซลฟี่บนมือถือยุคใหม่ก็เป็นได้ แม้ว่าในปัจจุบันจะยังคงมีอีกหลายต่อหลายแบรนด์ที่ยังคงใช้ดีไซน์กล้อง Pop-up เพื่อช่วยให้มือถือมีหน้าจอแบบไร้ขอบที่แท้จริงก็ตาม

 

เทคโนโลยีปัจจุบันยังไปไม่ถึง

แม้ว่าเทคโนโลยีการยืนยันตัวตนแบบ Biometrics ด้วยการสแกนลายนิ้วมือ จะถูกพัฒนาให้สามารถทำงานใต้หน้าจอได้แล้ว  แต่สำหรับชุดโมดูลกล้องที่เอาไว้ใช้สำหรับระบบสแกนใบหน้าแบบ 3 มิติ ยังไม่มีแบรนด์มือถือรายไหนที่สามารถพัฒนาให้สามารถทำงานใต้หน้าจอได้ ซึ่งจะมีเพียงแต่ลดขนาดของชุดโมดูลกล้องสำหรับสแกนใบหน้า 3 มิติให้เล็กลงให้ได้มากเท่าที่สุดเท่านั้น โดยเราจะเห็นได้จากแบรนด์ Huawei ที่เคยใช้ชุดโมดูลกล้องหน้าขนาดใหญ่สำหรับสแกนใบหน้า 3 มิติในรุ่น Mate30 Pro ซึ่งกินพื้นที่ส่วนบนของหน้าจอเป็นรอยบาก ก่อนที่จะถูกลงขนาดลงมาให้กินพื้นที่บริเวณมุมด้านซ้ายบนของหน้าจอในรุ่น Mate40 Pro

แม้หลายคนอาจจะมองว่า ระบบยืนยันตัวตนด้วยลายนิ้วมือก็เพียงพอแล้ว แต่คงเป็นการดีกว่าหากเราจะมีระบบยืนยันตัวตนหลายๆ แบบเพื่อเสริมความปลอดภัยให้มากขึ้น เพราะมือถือไม่ได้เป็นเพียงแค่อุปกรณ์สื่อสารเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นอุปกรณ์สำหรับทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆ ซึ่งจำเป็นต้องมีความปลอดภัยในระดับสูงสุด ทำให้หลายแบรนด์เลือกที่จะยังคงใช้งานจอรอยบาก หรือเจาะรู เพื่อติดตั้งชุดสแกนใบหน้า 3 มิติเอาไว้เช่นเดิม จนกว่าจะมี Solution ที่มีความปลอดภัยกว่าระบบสแกนลายนิ้วมือ + สแกนใบหน้า 3 มิติ  หรือจนกว่าที่เทคโนโลยีจะสามารถฝังชุดโมดูลกล้องสุดล้ำเหล่านี้ให้ทำงานใต้หน้าจอได้อย่างสมบูรณ์แบบครับ

แม้ดีไซน์จอเจาะรูอาจจะยังคงเป็นสิ่งที่เราต้องพบเจอในปี 2021 แต่เชื่อว่าสุดท้ายแล้วก็จะมี Solution ที่ดีกว่าถูกพัฒนาออกมา เหมือนกับสมัยก่อนที่มือถือเคยมีขอบจอหนาเตอะ ก็ถูดลพื้นที่ขอบให้บางลงเรื่อยๆ จนแทบจะไร้กรอบ ซึ่งก็คงต้องเอาใจช่วยกันต่อไปครับ

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com

วันที่ : 22/12/2563

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *